บริการประชาชน
น้องบัง
00.35
น้องบัง
สวัสดีจร้าาา...วันนี้มีอะไรให้น้องช่วยฮ่ะ ถามน้องบังมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้ฮะ
00.35
ขนาดตัวอักษร
ภาษา
แหล่งท่องเที่ยว
สวนหม่อม ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

          ประวัติความเป็นมา  เมื่อประมาณ  60-70  ปีมาแล้ว (ร. 6 – ร.7)  มีเจ้านายไทยองค์หนึ่งคือ  หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์  พระองค์ทรงรอบรู้และสนพระทัยการเกษตรกรรมอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน  ทรงศึกษาทดลองเพาะพันธุ์ปาล์มน้ำมัน  และทรงดำริที่จะวางรากฐานการประกอบอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมันให้ชาวไทย  ในเวลาต่อมาจึงปรากฏสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทยบริเวณทางภาคใต้  มีเนื้อที่ประมาณ  2,000  ไร่  ชาวบ้านเรียกสวนปาล์มน้ำมันแห่งนี้ว่า  “สวนหม่อม” 

 

          จากคำบอกเล่าต่อกันมาจากคนเก่าแก่จนถึงคนรุ่นปัจจุบัน รวมถึงหลักฐานที่ประจักษ์ในสวนหม่อมแห่งนี้ จึงพอเห็นภาพความเชื่อมโยงของพื้นที่สวนหม่อมแห่งนี้กับประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ด้วยครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ได้เสร็จมาประทับแรมที่สวนหม่อมแห่งนี้เป็นเวลา 1 เดือน แม้ไม่มีการบันทึกถึงหลักฐาน การประทับแรมครั้งนี้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยประทับแรมที่นี่ก่อนเดินทางไปยังปีนัง เพื่อลงเรือต่อไปยังประเทศอังกฤษ ตรงตามที่มีบันทึกในหลักฐานทางประวัติศาสตร์

 

          นายสุริยา  ยีขุนกล่าวว่า  หากดูจากวันเวลาที่ถูกบันทึกบนเสาหลักทั้งสี่ต้น พระองค์เสด็จมาประทับแรมในปี 2476 นั้น ชัดเจนว่า เป็นหนึ่งปีถัดมา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ขณะเลข 4 และ 8 นั้น อาจทำให้คนร่วมสมัยอย่างเราเข้าใจว่า เป็นวันที่ 4 เดือนสิงหาคม แต่คนเฒ่าคนแก่บอกว่า ในสมัยนั้น เมษายน ถือเป็นเดือนที่ 1 ซึ่งการนับเดือนมกราคมเป็นเดือนที่ 1 เพิ่งเกิดขึ้น ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

 

          ยังไม่มีใครกล้ายืนยันถึงเรื่องเล่าการเสด็จประทับของพระองค์ ขณะที่ยืนมองเสาหลักที่มีพระปรมาภิไธยนั้น เราได้แต่นึกย้อนไปยังเหตุการณ์ในครานั้น ปัจจุบันสวนหม่อมแห่งนี้เป็นที่ดินของเอกชน เจ้าของยังคงปล่อยเสาหลักที่มีพระปรมาภิไธยไว้ดังเดิม และหลงเหลือต้นปาล์ม 2 ต้น นอกนั้นก็มีต้นยางพารา เรียงเป็นแนวประหนึ่งแถวทหาร มองไปเจอต้นไม้ต้นหนึ่ง มีหน้าตาประหลาด มันเป็นต้นปาล์มที่ถูกลำต้นที่มีลักษณะคล้ายต้นยางพาราสวมคลุมใบของปาล์มอยู่เหนือลำต้น ขณะกิ่งก้านที่แผ่เหยียดกลับคล้ายว่า นั้นเป็นลำแขนของยางพารา เห็นต้นไม้ที่คล้ายคนสองคนอยู่ในร่างเดียวนี้แล้ว ก็นึกถึงการอยู่ร่วมกันของคนตำบลปริก พวกเขาอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน ต่างศาสนา และวัฒนธรรม แต่ประสานกันด้วยความเข้าใจ ให้โอกาสกันและกัน คล้ายต้นไม้ประหลาดต้นนี้ที่ก่ายกอดอยู่ร่วมบนรากเดียวกัน

 

          ภูมิประเทศ  พื้นที่บริเวณสวนหม่อมมีลักษณะเป็นที่ราบเนินเขา (ควนพลา)  แล้วลาดต่ำไปสู่ทิศเหนือ  มีห้วยตีนเป็ดเป็นต้นน้ำจากควนพลาไหลผ่าน  ลักษณะของดินเป็นดินร่วนปนทราย  สวนหม่อมตั้งอยู่หมู่ที่  8  บ้านหัวถนน  ต.ปริก  อ.สะเดา  จ.สงขลา  ห่างจากทางหลวงแผ่นดินเข้าไปทางทิศตะวันออก  ตามเส้นทางระหว่างบ้านหัวถนน  -  บ้านยางเกาะ  เป็นระยะทางประมาณ  3.5  กม.

 

          การเดินทาง  เส้นทางที่ใช้ในการเดินทางไปยังสวนหม่อม  มี  2  เส้นทาง คือ                                                                 

1.  ถนนระหว่างหมู่บ้าน (ลูกรังดินแดง) บ้านหัวถนน – ยางเกาะ  โดยเริ่มต้นที่บ้านหัวถนน  เป็นระยะทางประมาณ  3.5  กม.

2. ถนนหม่อม  เริ่มต้นที่บ้านปริกใต้  เป็นเส้นทางที่หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์  ทรงสร้างไว้เพื่อการคมนาคมขนส่งขณะที่ทรงดำเนินกิจการสวนปาล์มน้ำมัน  ชาวบ้านจึงเรียกว่า  “ถนนหม่อม” มีระยะทางประมาณ  4  กม.

 

          กิจการน้ำมันปาล์ม          การปลูกปาล์มน้ำมันที่สวนหม่อมจะปลูกไว้เมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ แน่ชัดแต่จากการบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เล่าว่า ปาล์มน้ำมันที่สวนหม่อม ได้ปลูกขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ.2475 (ร.7) เพราะขณะเวลาดังกล่าวสวนปาล์มน้ำมันเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว บริเวณภายในสวนปาล์มปรากฏสิ่งก่อสร้างต่างๆอย่างถาวร เช่น พลับพลาที่ประทับ หอคอยสำหรับทอดพระเนตรคนงาน สระน้ำขนาดใหญ่ โรงเรือนที่อยู่ของคนงาน ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 300 คน ร้านค้าของชำ และโรงงานเครื่องจักรทำน้ำมันปาล์มบรรจุลงถังน้ำมันดิน และสามารถส่งผลผลิตออกจำหน่ายได้ประมาณเดือนละ 6 ตัน โดยลำเลียงน้ำมันไปตามเส้นทางถนนหม่อมออกสู่ถนนทางหลวงที่บ้านปริกใต้ แล้วบรรทุกต่อไปยังสถานีรถไฟคลองแงะ เพื่อลำเลียงเข้าสู่ตลาดกรุงเทพฯแต่ในเวลาต่อมา เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นตั้งฐานกำลังที่สงขลา ทำให้กิจการน้ำมันปาล์มต้องหยุดชะงัก คนงานต่างก็หลบหนีภัยสงคราม สวนปาล์มถูกปล่อยทิ้งร้างไว้หลายสิบปี มิอาจฟื้นฟูกิจการได้อีกเลย

 

          จารึกพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยย่อที่สวนหม่อม  สวนหม่อม  หมายถึง  สวนปาล์มของหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์  กิติยากร  ที่ตำบลปริก  อำเภอสะเดา  ภายในสวนแห่งนี้  มีเสาคอนกรีต    3  เสา  ที่ปรากฏพระปรมาภิไธยย่อ  ปปร 4/8/76  และพระนามาภิไธยย่อ  รพ 4/8/76  และ  สว 5/8/76  พระนามปรากฏที่หัวเสาและส่วนโคนเสามีข้อความ  ทรงปลูก  4/8/76  ที่กลางเสา  2 เสาแรก  ส่วนเสาสุดท้าย มีพระนามาภิไธยย่อ  สว  นั้น  มีข้อความ  ทรงปลูก  5/8/76  จารึกที่สวนหม่อมสวนหม่อมนี้แสดงให้เห็นว่าในวันที่  4  และ  5  พฤศจิกายน  พ.ศ.  2476  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  พระบรมราชินี  พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีสวรินทรา  บรมราชเทวี  พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระจามเดิมสว่างวัฒนา พระนามาภิไธยย่อ คือ  สว ) เสด็จมาประทับอยู่ที่สวนหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์  กิติยากรและได้ทรงปลูกปาล์มไว้ที่สวนแห่งนี้  โดย  2  พระองค์แรกทรงปลูกในวันที่  4  ส่วนสมเด็จพระศรีสวรินทราทรงปลูกในวันที่  5  เดือน  พฤศจิกายน  พ.ศ.  2476 การที่เสด็จฯ  จากพระราชวังไกลกังวล  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มายังจังหวัดสงขลาและประทับอยู่ที่สวนหม่อมนี้  เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในระหว่างการเกิดปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง  และกบฎวรเดช  จึงเสด็จมาประทับ  ณ  จังหวัดสงขลา  ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม  พ.ศ  2476  จารึกทั้ง  3  หลักนี้จึงเป็นหลักฐานที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว  (ฝ่ายวิชาการ  สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่  10  สงขลา  2542)