
ประวัติความเป็นมา เมื่อประมาณ 60-70 ปีมาแล้ว (ร. 6 – ร.7) มีเจ้านายไทยองค์หนึ่งคือ หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ พระองค์ทรงรอบรู้และสนพระทัยการเกษตรกรรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ทรงศึกษาทดลองเพาะพันธุ์ปาล์มน้ำมัน และทรงดำริที่จะวางรากฐานการประกอบอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมันให้ชาวไทย ในเวลาต่อมาจึงปรากฏสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทยบริเวณทางภาคใต้ มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ชาวบ้านเรียกสวนปาล์มน้ำมันแห่งนี้ว่า “สวนหม่อม”
จากคำบอกเล่าต่อกันมาจากคนเก่าแก่จนถึงคนรุ่นปัจจุบัน รวมถึงหลักฐานที่ประจักษ์ในสวนหม่อมแห่งนี้ จึงพอเห็นภาพความเชื่อมโยงของพื้นที่สวนหม่อมแห่งนี้กับประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ด้วยครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ได้เสร็จมาประทับแรมที่สวนหม่อมแห่งนี้เป็นเวลา 1 เดือน แม้ไม่มีการบันทึกถึงหลักฐาน การประทับแรมครั้งนี้ในหน้าประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยประทับแรมที่นี่ก่อนเดินทางไปยังปีนัง เพื่อลงเรือต่อไปยังประเทศอังกฤษ ตรงตามที่มีบันทึกในหลักฐานทางประวัติศาสตร์
นายสุริยา ยีขุนกล่าวว่า หากดูจากวันเวลาที่ถูกบันทึกบนเสาหลักทั้งสี่ต้น พระองค์เสด็จมาประทับแรมในปี 2476 นั้น ชัดเจนว่า เป็นหนึ่งปีถัดมา หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ขณะเลข 4 และ 8 นั้น อาจทำให้คนร่วมสมัยอย่างเราเข้าใจว่า เป็นวันที่ 4 เดือนสิงหาคม แต่คนเฒ่าคนแก่บอกว่า ในสมัยนั้น เมษายน ถือเป็นเดือนที่ 1 ซึ่งการนับเดือนมกราคมเป็นเดือนที่ 1 เพิ่งเกิดขึ้น ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
ยังไม่มีใครกล้ายืนยันถึงเรื่องเล่าการเสด็จประทับของพระองค์ ขณะที่ยืนมองเสาหลักที่มีพระปรมาภิไธยนั้น เราได้แต่นึกย้อนไปยังเหตุการณ์ในครานั้น ปัจจุบันสวนหม่อมแห่งนี้เป็นที่ดินของเอกชน เจ้าของยังคงปล่อยเสาหลักที่มีพระปรมาภิไธยไว้ดังเดิม และหลงเหลือต้นปาล์ม 2 ต้น นอกนั้นก็มีต้นยางพารา เรียงเป็นแนวประหนึ่งแถวทหาร มองไปเจอต้นไม้ต้นหนึ่ง มีหน้าตาประหลาด มันเป็นต้นปาล์มที่ถูกลำต้นที่มีลักษณะคล้ายต้นยางพาราสวมคลุมใบของปาล์มอยู่เหนือลำต้น ขณะกิ่งก้านที่แผ่เหยียดกลับคล้ายว่า นั้นเป็นลำแขนของยางพารา เห็นต้นไม้ที่คล้ายคนสองคนอยู่ในร่างเดียวนี้แล้ว ก็นึกถึงการอยู่ร่วมกันของคนตำบลปริก พวกเขาอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน ต่างศาสนา และวัฒนธรรม แต่ประสานกันด้วยความเข้าใจ ให้โอกาสกันและกัน คล้ายต้นไม้ประหลาดต้นนี้ที่ก่ายกอดอยู่ร่วมบนรากเดียวกัน
ภูมิประเทศ พื้นที่บริเวณสวนหม่อมมีลักษณะเป็นที่ราบเนินเขา (ควนพลา) แล้วลาดต่ำไปสู่ทิศเหนือ มีห้วยตีนเป็ดเป็นต้นน้ำจากควนพลาไหลผ่าน ลักษณะของดินเป็นดินร่วนปนทราย สวนหม่อมตั้งอยู่หมู่ที่ 8 บ้านหัวถนน ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากทางหลวงแผ่นดินเข้าไปทางทิศตะวันออก ตามเส้นทางระหว่างบ้านหัวถนน - บ้านยางเกาะ เป็นระยะทางประมาณ 3.5 กม.
การเดินทาง เส้นทางที่ใช้ในการเดินทางไปยังสวนหม่อม มี 2 เส้นทาง คือ
1. ถนนระหว่างหมู่บ้าน (ลูกรังดินแดง) บ้านหัวถนน – ยางเกาะ โดยเริ่มต้นที่บ้านหัวถนน เป็นระยะทางประมาณ 3.5 กม.
2. ถนนหม่อม เริ่มต้นที่บ้านปริกใต้ เป็นเส้นทางที่หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ ทรงสร้างไว้เพื่อการคมนาคมขนส่งขณะที่ทรงดำเนินกิจการสวนปาล์มน้ำมัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ถนนหม่อม” มีระยะทางประมาณ 4 กม.
กิจการน้ำมันปาล์ม การปลูกปาล์มน้ำมันที่สวนหม่อมจะปลูกไว้เมื่อใดยังไม่ปรากฏหลักฐานที่ แน่ชัดแต่จากการบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เล่าว่า ปาล์มน้ำมันที่สวนหม่อม ได้ปลูกขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ.2475 (ร.7) เพราะขณะเวลาดังกล่าวสวนปาล์มน้ำมันเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว บริเวณภายในสวนปาล์มปรากฏสิ่งก่อสร้างต่างๆอย่างถาวร เช่น พลับพลาที่ประทับ หอคอยสำหรับทอดพระเนตรคนงาน สระน้ำขนาดใหญ่ โรงเรือนที่อยู่ของคนงาน ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 300 คน ร้านค้าของชำ และโรงงานเครื่องจักรทำน้ำมันปาล์มบรรจุลงถังน้ำมันดิน และสามารถส่งผลผลิตออกจำหน่ายได้ประมาณเดือนละ 6 ตัน โดยลำเลียงน้ำมันไปตามเส้นทางถนนหม่อมออกสู่ถนนทางหลวงที่บ้านปริกใต้ แล้วบรรทุกต่อไปยังสถานีรถไฟคลองแงะ เพื่อลำเลียงเข้าสู่ตลาดกรุงเทพฯแต่ในเวลาต่อมา เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นตั้งฐานกำลังที่สงขลา ทำให้กิจการน้ำมันปาล์มต้องหยุดชะงัก คนงานต่างก็หลบหนีภัยสงคราม สวนปาล์มถูกปล่อยทิ้งร้างไว้หลายสิบปี มิอาจฟื้นฟูกิจการได้อีกเลย
จารึกพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยย่อที่สวนหม่อม สวนหม่อม หมายถึง สวนปาล์มของหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร ที่ตำบลปริก อำเภอสะเดา ภายในสวนแห่งนี้ มีเสาคอนกรีต 3 เสา ที่ปรากฏพระปรมาภิไธยย่อ ปปร 4/8/76 และพระนามาภิไธยย่อ รพ 4/8/76 และ สว 5/8/76 พระนามปรากฏที่หัวเสาและส่วนโคนเสามีข้อความ ทรงปลูก 4/8/76 ที่กลางเสา 2 เสาแรก ส่วนเสาสุดท้าย มีพระนามาภิไธยย่อ สว นั้น มีข้อความ ทรงปลูก 5/8/76 จารึกที่สวนหม่อมสวนหม่อมนี้แสดงให้เห็นว่าในวันที่ 4 และ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (พระจามเดิมสว่างวัฒนา พระนามาภิไธยย่อ คือ สว ) เสด็จมาประทับอยู่ที่สวนหม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากรและได้ทรงปลูกปาล์มไว้ที่สวนแห่งนี้ โดย 2 พระองค์แรกทรงปลูกในวันที่ 4 ส่วนสมเด็จพระศรีสวรินทราทรงปลูกในวันที่ 5 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2476 การที่เสด็จฯ จากพระราชวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มายังจังหวัดสงขลาและประทับอยู่ที่สวนหม่อมนี้ เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในระหว่างการเกิดปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง และกบฎวรเดช จึงเสด็จมาประทับ ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ 2476 จารึกทั้ง 3 หลักนี้จึงเป็นหลักฐานที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว (ฝ่ายวิชาการ สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 10 สงขลา 2542)